อาถรรพ์2002ศพ

posted on 12 Apr 2011 10:12 by blythbybeem

หลายวันที่ผ่านมา นอกจากข่าวงาน “รูทีน” ของภาครัฐมากมายที่เข้าไปจัดการศพเด็กทารกที่ถูกทำแท้งและนำมาทิ้งเอาไว้ที่วัดแห่งนี้แล้ว เรื่องราวความอาถรรพ์ของวิญญาณเด็กทารกจำนวนมากถึง 2,002 ศพ ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องโหยหวนคล้ายเสียงทารกกรีดร้อง “กระจองอแง” แสดงถึงความเจ็บปวดสุดแสนจะทรมาน จากถูกทำแท้งพร้อมกับโดนพ่อแม่ทอดทิ้งระงมไปทั่วบริเวณวัด หรือเรื่องเล่าของแสงไฟประหลาดส่องหน้าโกดัง และเสียงดังออกมาจากตุ๊กตาที่มีชาวบ้านนำมาเซ่นไหว้

และเรื่องราวก็ทวีความขนหัวลุกขึ้นไปอีกเมื่อมีสำนักข่าวทุกสำนักยืนยันว่ามีคนเห็นตุ๊กตาเครื่องเซ่นไหว้ลุกเดินได้ เรื่องเล่าของพนักงานทำความสะอาดบริเวณที่เกิดเหตุพบว่านมที่ชาวบ้านนำมา เซ่นไหว้มีลักษณะเหมือนโดนดูดไปหลายกล่อง เรื่องเล่าของศพทารกที่ไปเข้าฝัน กระทั่งมีเซียนหวยน้อย-ใหญ่จากทุกทั่วสารทิศหอบความหวังและเครื่องเซ่นไหว้ ที่คาดว่าวิญญาณทารกกว่า 2 พันดวงจะชื่นชอบเพื่อมาขอเลขเด็ด ฯลฯ เหมือนอย่างตอนที่ซานติก้าไฟไหม้ ก็มีผู้ถ่ายภาพวิญญาณไว้ได้ 

จาก “นาฏกรรม” เรื่องเล่า “ความอาถรรพ์” ก้อนมหึมาที่ผลิตซ้ำติดๆ มาเป็นสัปดาห์ข้างต้น

"ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์"ไม่รอช้าเซ็ตทีมทั้งช่างภาพนิ่ง-วิดีโอ รีบลงพื้นที่เพื่อค้นหา “สิ่งลี้ลับ” อย่างไรก็ดีเพื่อเป็นการยืนยันเจตนาที่บริสุทธิ์ ก่อนจะลงพื้นที่เกิดเหตุลี้ลับนั้นได้มีการตกลงซักซ้อมทำความเข้าใจว่าการไปครั้งนี้จะไม่มีการลองของแต่ประการใด ที่สำคัญเมื่อไปถึงที่ต้นตอเรื่องเล่าความอาถรรพ์แล้ว ห้ามใครพูดพาดพิง ล้อเลียน และกล่าวคำ “ผรุสวาท” ไม่ดีเกี่ยวกับศพเด็ก ห้ามลองของ-ท้าทายเด็ดขาด เมื่อรู้สึก เห็น ได้ยินเสียง กระทั่ง ห้ามทัก ห้ามทำเสียงโวยวาย นอกจากจะทำให้สิ่งที่มองไม่เห็นโกรธแล้วยังเป็นการรบกวนชาวบ้าน-พระสงฆ์ภายในวัดแห่งนี้ ไม่เว้นแม้แต่ขณะกลับขึ้นรถจะต้องขาน “ชื่อทีมงาน” เป็นรายคนเท่านั้น จะไม่มีการใช้คำว่า “ไปทุกคน…!” โดยเด็ดขาด เพราะเชื่อว่าวิญญาณที่อยู่บริเวณวัดจะสามารถติดตามเข้ามาภายในรถได้ เป็นต้น

ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง จากถนนวิภาวดีรังสิตก็ถึงสถานที่เกิดเหตุ บรรยากาศน่าสะพรึงกลัวกว่าที่คิด แม้ว่าวัดจะมีบริเวณกว้างใหญ่ โบสถ์ ศาลา และสิ่งปลูกสร้างทางศาสนากระจายตัวอยู่ไม่ห่าง โดยการเข้าไปถึงที่เกิดเหตุต้องเดินผ่านเมรุเข้าไปที่ด้านขวาสุดทาง ซึ่งเวลานี้มีแต่ความมืดสนิท ทีมงานหลายคนเริ่มรู้สึกแปลกๆ เพราะมวลอากาศที่ดูหนาแน่น หายใจแทบไม่ออก จึงตัดสินใจกันอยู่นานว่าจะเข้าไปอย่างไร…? เพราะเป้าหมายเบื้องหน้ามีแต่ความมืดสนิทราวกับหลับตาเดินแถมยังไร้ผู้คนทั้งๆ ที่เป็นเวลาไม่กี่ทุ่ม สภาพดังกล่าวนอกจากจะทำให้ไม่มีผู้นำฝ่าเข้าไปในดงความมืดแล้ว

แน่นอนว่าความมืดระดับนั้น กล้องภาพนิ่งไม่สามารถโฟกัสได้ กล้องวิดีโอที่นำมาใช้การไม่ได้ เนื่องจากโหมด "ถ่ายกลางคืน"ใช้ไม่ได้อย่างกะทันหัน ทีมข่าว-ช่างภาพแก้ไขอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง แต่ไม่เป็นผล จนตกลงกันว่าจะถอดใจเก็บของกลับไปตั้งหลักก่อน ขณะที่กำลังจะตัดสินใจจะถอนหรือไม่ถอนทัพข่าวอยู่นั้น บริเวณใกล้ๆ ก็มี "แมวดำ" ตาวาวมานั่งมองทีมงานตาเขม็ง ความประหลาดใจกลับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี เพราะ "แมวดำ" ตาวาวตัวดังกล่าวได้ส่งเสียงคล้ายกับสุนัขหอนดังระงมส่งเป็นทอดๆ กึกก้องไปทั่วบริเวณวัด สร้างความหวาดกลัวให้กับทีมงานอย่างมาก

บังเอิญ พบเข้ากับ คุณลุงพนักงานรายวันที่เฝ้าอยู่บริเวณวัดไผ่เงินฯ ซึ่งอาศัยอยู่ที่นี้มากว่า 20 ปี นั่งอยู่บริเวณนั้น เล่าความเฮี้ยนตั้งแต่พบศพทารกกว่าสองพันให้ฟังว่า เรื่องความเฮี้ยนที่สื่อประโคมข่าว แม้จะไม่ตรงกับภาพข่าวที่สื่อเสนอออกไป 100 % แต่ทว่าเรื่องเล่าความเฮี้ยนก็มีมูลมากกว่า 50% เลยทีเดียว

“ผมอยู่ตรงนี้ทุกๆ คืนไม่เคยเห็นผีเลย มีแต่ความมืดแต่ถ้าว่าผมเชื่อเรื่องผีไหม เชื่อเต็มร้อย แต่ไม่เคยเห็นนะ แต่อย่าขอให้ผมนำทางผมไม่เข้าเด็ดขาด เพราะศพที่ตายแบบบริสุทธิ์มันเฮี้ยนมากขนาด “สัปเหร่อ” ที่มีวิชายังบอกว่าเขากล้าเผาไม่ได้ เพราะว่าเด็กที่ตายยังไม่มีฟันน้ำนมเผาแล้วของ (หมายถึงไสยศาสาตร์) จะเข้าตัว"

พร้อมกับยังได้แนะนำว่า ถ้าหากอยากเข้าไปที่เกิดเหตุได้อย่างสะดวกโยธิน…? เขาบอกว่าให้จุดธูปอธิษฐาน พูดเสร็จก็ลุกขึ้นเดินหาไป และกลับมาพร้อมกับธูปคนละ 1 ดอก

“แนะนำได้ ผมไม่นำพวกคุณเข้าไปแน่ๆ เพราะกลัวผี อย่างไรก็ลองอธิษฐานอธิบายเจตนาว่าไม่ได้มาลบหลู่ พร้อมกับขอเปิดทางให้ปฏิบัติงานอย่างราบรื่น ไม่มีอุปสรรคอะไรติดขัดเผื่อกล้องคุณและสิ่งติดขัดจะดีขึ้น” คนเฝ้าเมรุวัดไผ่เงินฯ ชี้แนะ ระหว่างจุดธูปอธิษฐานอยู่นั้น พลันก็ปรากฏร่างชายแก่หนวดเครารุงรังลักษณะน่ากลัว เดินฝ่าความมืดเข้าไปยังที่เกิดเหตุ สร้างความตื่นตะลึงให้กับทีมงานในขณะนั้น ยังไม่ทันตั้งตัวดี จู่ๆ ก็มีมอเตอร์ไซต์ยี่ห้อ “ฮอนด้า” รุ่นเวฟ “สีแดง” นำแสงสว่างจากรถมอเตอร์ไซต์ขับตามมาติดๆ

“เรามาดูที่เกิดเหตุมาหาลูกๆ ค่ะ” คุณป้าเจ้าของมอเตอร์ไซต์บอกแบบนั้นพร้อมกับอาสาขับรถสาดแสงไฟนำทางไปยังโกดังพื้นที่เก็บศพและเชื่อว่ามีวิญญาณ ทารกนับพันยังคงวนเวียนอยู่ไม่ได้ไปผุดไปเกิด

ภาพตรงหน้าทำให้หลายคนผงะเพราะมีกลิ่นเหม็นของซากศพเหม็นคละคลุ้งฟุ้งไปทั่วๆ อีกทั้งยังพบว่าบริเวณรอบๆ มีของเซ่นไหว้ตั้งเอาไว้จำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ ระหว่างทีมงานนำขนม นม เนย ที่ตระเตรียมมาเซ่นไหว้ แกะซองกล่อง เพื่อมอบและเรียกวิญญาณเด็กกว่า 2,000 ศพที่สถิตย์อยู่นั่น พลันก็มีเสียงหมาดังระงมไปทั่ววัดและก็เป็นจุดนี้เองที่เราสามารถจับภาพ คล้ายกับลูกไฟทรงกลมเคลื่อนไหวไร้ทิศทาง ไร้แหล่งกำเนิดแสง (คลิ๊กชมวีดิโอบรรยากาศภาพหลอน) สร้างความตกตะลึงเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้เรายังเดินสำรวจบริเวณที่มีคนอ้างว่าเห็นตุ๊กตาที่คนนำมามอบให้ลุกขึ้นเดินได้ซึ่งอยู่ที่ด้านหลังโกดังเก็บศพ แม้ในภาพถ่ายและวีดิโอจะไม่สามารถปรากฏภาพสิ่งลึกลับได้ แต่ทว่า ณ จุดตรงนั้น ขณะการถ่ายทำขนแขนและต้นคอกลับลุกชันเป็นระยะๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ

ลุงเซีย เจ้าของร้าน “เอเซียข้าวต้มปลา” ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณหน้าวัด ยืนยันว่าเสียงลือเสียงเล่าอ้างส่วนใหญ่เป็นเรื่องจริง

“เขาเล่ากันนะแต่ผมไม่เคยเห็น เล่ากันว่าพอตกดึก มีคนเห็นเด็กทารกปีนกันเต็มต้นไม้ยั้วเยี้ยไปหมด บางคนบอกว่าดึกๆ จะมีเสียงเด็กกรีดร้องอย่างโหยหวนราวกับเจ็บปวดไปทั่วบริเวณวัด และพอกลับบ้านอย่าลืมล้างหน้าล้างมือและอย่าลืมใส่บาตรให้พวกเขาด้วย” เจ้าถิ่นย้ำแบบนี้

นายโกศล ประสิทธิวิเศษ วินมอเตอร์ไซต์ เบอร์ 1 หน้าโรงเรียนวัดไผ่เงินฯ เล่าว่า ตอนนี้รายได้ตกต่ำมาก ตั้งแต่ข่าวเรื่องผีเด็กที่วัดไผ่เงินออกไป คนก็กลัวมืดก็รีบเข้าบ้าน

“รายได้หดไปเยอะครับ ตลาดนัดที่เคยจัดในบริเวณวัดทุกวันศุกร์ คนก็แทบจะไม่มี ถามว่าน่ากลัวไหมก็น่ากลัวนะ แต่ก็ไม่เคยเห็นได้ยินแต่คนเขาลือกัน เพราะ 3 ทุ่มวินมอเตอร์ก็กลับเข้าไปนอนในบ้านกันหมดแล้ว”

ด้าน นวล ป้าวัยราว 40 ปี แม่ค้าตลาดสะพาน 2 เผยว่า ตนพร้อมเพื่อนในตลาดราว 2-3 คน ได้เดินทางไปที่วัดไผ่เงินฯ เพื่อไปดูที่เกิดเหตุ ซึ่งทันทีที่ไปถึงก็ได้กลิ่นอับชื้นของสถานที่ บ้างก็บอกว่าเป็นกลิ่นศพที่ถูกหมักหมมมานาน ซึ่งระหว่างที่อยู่ในที่เกิดเหตุเพื่อนคนหนึ่งก็พูดขึ้นมาว่า “ไปช่วยขายของที่ตลาดหน่อยไหม” ก็ไม่รู้ว่าจะมีตามมาหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือ กลิ่นอับชื้นนั้นยังคงติดอยู่ที่จมูก ไม่ว่าใครเดินผ่านไปมา ฉีดน้ำหอมแรงขนาดไหนก็ไม่สามารถรับรู้กลิ่นหอมๆ นั้นได้ มีเพียงกลิ่นอับชื้นที่ยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่

สำหรับเรื่องเลขเด็ด ด้านลุงผี (นามสมมติ) ซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ตั้งแต่เล็กๆ ประมวลเลขเด็ดที่ประชาชนแห่มาขอว่า

“ตอนนี้เลขเด็ดๆ ที่ผมไปขอได้หลายครั้งเลขตรงกัน เพราะพวกเขามาเข้าฝันให้เลข 2002 ศพ ซึ่งเป็นจำนวนศพของทารก เลข 348 (ศพ) จากการตรวจพบศพทารกครั้งแรกจากโกดังหมายเลข 17 ที่มีคนบังเอิญไปพบเข้า เลข 950 (ศพ) ที่ตรวจสอบพบช่องเก็บศพหมายเลข 9 เลข 704 (ศพ) ที่ตรวจสอบพบช่องเก็บศพหมายเลข 10 เลข 1,654 (ศพ) ตัวเลขรวมศพ 2 ครั้งแต่ส่วนใหญ่คนจะเล่นเลขศูนย์เพราะว่า ศูนย์หมายถึงความตาย และความบริสุทธิ์ของเด็ก” ลุงผี กล่าวในที่สุด

สำหรับความเคลื่อนไหว เจ้ามือหวยเถื่อนชื่อดัง ระบุชัดว่า ตอนนี้เลข 2002 บางแห่งเริ่มห้ามแทงแล้ว ในขณะเดียวกันเจ้ามือหวยเถื่อนบางรายให้แทงได้ แต่ถ้าถูกจะได้เงินเพียง 50% เท่านั้น

ล่าสุดวันนี้ (26 พ.ย.53)จะมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลใหญ่ที่วัดไผ่เงินฯ ผู้ที่อยากทำบุญ และรวมกันส่งทารกจำนวน 2,002 ศพ อีกด้วย

ไทยรัฐออนไลน์ via hunsa

Comment

Comment:

Tweet